๑. ชื่อสถานศึกษา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอสร้างคอม
๒. ที่ตั้ง/การติดต่อ เลขที่..-…หมู่ที่ ๑ ถนน สร้างคอม-เพ็ญ ตำบลสร้างคอม อำเภอสร้างคอม
จังหวัดอุดรธานี รหัสไปรษณีย์ ๔๑๒๖๐โทรศัพท์ ๐-๔๒๒๗-๖๔๓๕ โทรสาร ๐-๔๒๒๗-๖๔๓๕
Website URL = http://sangkhom.onieudon.com/
๓. สังกัด กรมส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดอุดรธานี
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
๔. ประวัติความเป็นมาของสถานศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสร้างคอม จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๓๖ พร้อมกันทั่วประเทศ จำนวน ๗๘๙ แห่ง ใช้ชื่อว่า “ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสร้างคอม”มีสถานะเป็นสถานศึกษา สังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุดรธานี กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ สถานที่ตั้งครั้งแรก ใช้ร้านค้าสวัสดิการของหน่วยกองร้อย อส. อำเภอสร้างคอมใช้เป็นอาคารสำนักงาน
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ กรมการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ได้ปรับบทบาท เพื่อให้สอดรับกับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ชื่อใหม่เป็น “สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน” สังกัดสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ จึงทำให้ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสร้างคอม เปลี่ยนสังกัดเป็น สังกัดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุดรธานี สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
ต่อมาในปี ๒๕๔๙ เพื่อให้การบริการกลุ่มเป้าหมาย และให้การปฏิบัติงานได้รับความสะดวกมากขึ้น นายวิเชียร โสอุบล ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากส่วนกลางในการจัดสร้างห้องสมุดประชาชน และศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสร้างคอม ในพื้นที่ด้านทิศตะวันตกของที่ว่าการอำเภอสร้างคอม เพื่อให้เป็นเอกเทศ สง่างามใช้เป็นที่ตั้งในการปฏิบัติงานของสถานศึกษา ให้บริการกลุ่มเป้าหมายผู้พลาดโอกาส ผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา รวมถึงหน่วยงานราชการ ให้ได้รับความสะดวกในการติดต่อประสานงาน และยังได้รับพระกรุณาจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชกุมารี รับสถานศึกษาเข้าในโครงการด้วยรักและผูกพัน ของพระองค์ท่านด้วย ต่อมา พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยพุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้ประกาศใช้ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ หน้า ๑ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๑ จึงทำให้ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอสร้างคอม เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสร้างคอม” ชื่อย่อ “ กศน.อำเภอสร้างคอม” และได้ปรับบทบาท ภารกิจหน้าที่ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
กระทั่งวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2566 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยมีสาระสำคัญคือการยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 และยกฐานะ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” โดยให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นไป 60 วันหรือตรงกับวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ที่กระทรวงศึกษาธิการ มีการโอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพันทั้งปวง ระหว่าง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ( สำนักงาน กศน.) สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ให้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวผ่านระบบออนไลน์จากฝรั่งเศส ว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งกับพี่น้องชาว กศน. ในการยกระดับจาก “สำนักงาน กศน.” สู่การเป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งพัฒนาบุคคลให้มีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก มีโอกาสพัฒนาหรือเพิ่มพูนทักษะของตนให้สูงขึ้นหรือปรับเปลี่ยนทักษะของตนตามความถนัดหรือความจำเป็น ผ่านการมีส่วนร่วมของ 3 เสาหลัก ได้แก่ รัฐ เอกชน และท้องถิ่น
พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ฉบับนี้ ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนคนไทยทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนเสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส จะสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งจุดเด่นของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ คือ การเชื่อมโยงเครือข่ายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเดิม จัดตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้” ที่จะขยายตัวรองรับทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มทักษะชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในรูปแบบที่หลากหลาย โดยมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ดังนั้น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จึงเป็นหน่วยงานที่ต้องมีการปรับตัวให้ตอบสนองความต้องการทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
